News Update
News in Asia

ปานามาเนรเทศเอกอัครราชทูตเวเนซุเอลากลับประเทศ April 6, 2018

รัฐบาลปานามาเนรเทศเอกอัครราชทูตเวเนซุเอลา และถอนเอกอัครราชทูตประจำกรุงการากัสกลับประเทศ หลังรัฐบาลเวเนซุเอลาขึ้นบัญชีดำผู้นำปานามา และระงับเที่ยวบินพาณิชย์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปานามาซิตี ประเทศปานามา เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ว่ากระทรวงการต่างประเทศปานามาออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี เรียกเอกอัครราชทูตกลับจากกรุงกรากัส คือนายมิเกล เมเฮีย และประกาศให้นายฮอร์เก ดูราน เซนตาโน เอกอัครราชทูตเวเนซุเอลาประจำกรุงปานามาซิตี มีสถานะเป็น “บุคคลไม่พึงปรารถนา” และต้องเดินทางออกนอกประเทศ

แม้เนื้อหาในแถลงการณ์ยังไม่มีการระบุกรอบระยะเวลาของการให้เอกอัครราชทูตเวเนซุเอลาเดินทางออกนอกประเทศ แต่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของปานามาเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังสำนักข่าวเอวีเอ็นของรัฐบาลการากัส ประกาศการระงับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเงินกับบุคคลสัญชาติปานามา 22 คน และบริษัทของปานามาอีก 46 แห่ง โดยบุคคลที่ปรากฏบนบัญชีดำรวมถึงประธานาธิบดีฮวน คาร์ลอส วาเลรา ผู้นำปานามาคนปัจจุบัน นางอิซาเบล เดอ เซนต์ มาโล รองประธานาธิบดี และโคปา แอร์ไลน์ส สายการบินแห่งชาติของปานามา ตอบโต้ที่รัฐบาลปานามาประกาศเมื่อต้นสัปดาห์นี้ เพิ่มชื่อประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร เข้าสู่บัญชีรายชื่อบุคคลที่ “มีความเสี่ยงสูง” ในการมีพฤติกรรมฟอกเงิน
 
ขณะที่วาเลรากล่าวในเวลาต่อมา แสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งที่มีชื่อของตัวเองอยู่บนบัญชีคว่ำบาตรของเวเนซุเอลา ซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่มีการหารือร่วมกันก่อน และวิจารณ์ว่า “เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ” เนื่องจากแถลงการณ์คว่ำบาตรของรัฐบาลการากัสระบุว่า “เพื่อปกป้องระบบการเงินของเวนเซุเอลา” ที่ผู้นำปานามาวิจารณ์ว่ากำลังวิกฤติและต้องการความช่วยเหลือจากภายนอก 

ปัจจุบันปานามาถือเป็นสนามบินที่อยู่ใกล้เวเนซุเอลามากที่สุด และโคปา แอร์ไลน์ส เป็นสายการบินหลักเพียงสายการบินเดียวในตอนนี้  ที่ให้บริการเส้นทางระหว่างประเทศกับสนามบินในกรุงการากัส หลังสายการบินขนาดใหญ่แห่งอื่น ซึ่งรวมถึงเดลต้า แอร์ไลน์ส ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส แอโรลีเนียส อาร์เจนตินัส และเอเวียนกา “ระงับให้บริการอย่างไม่มีกำหนด”

อนึ่ง เวเนซุเอลากำหนดจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 20 พ.ค. นี้ แต่หลายฝ่ายทั้งในและต่างประเทศวิจารณ์อย่างหนัก และตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับ “ความชอบธรรม” นอกจากนี้ รัฐบาลการากัสกำลังเผชิญกับมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจและสิทธิมนุษยชนจากสหรัฐ แคนาดา สหภาพยุโรป ( อียู ) และอีกหลายประเทศ

Categories: news